เทศกาลไหว้บะจ่าง หรือ เทศกาลตวนอู่ 端午节
เริ่มราวเริ่มต้นจาก ชวีหยวน หรือ ฉู่หยวน ในภาษาจีนกลาง 屈原 (ประมาณก่อน ค.ศ. 339 - 278)
ขุนนางตงฉินและกวีรักชาติ ผู้ทิ้งร่างลงแม่น้ำ มี่หลัวเจียง ด้วยรู้สึกสิ้นหวังกับบ้านเมือง จากนั้นพอชาวบ้านทราบข่าวต่างรู้สึกสูญเสีย พากันทิ้งก้อนข้าวเหนียวห่อใบไผ่ลงน้ำให้ฝูงปลากิน จะได้ไม่ไปกัดกินศพของชวีหยวน
ขุนนางตงฉินและกวีรักชาติ ผู้ทิ้งร่างลงแม่น้ำ มี่หลัวเจียง ด้วยรู้สึกสิ้นหวังกับบ้านเมือง จากนั้นพอชาวบ้านทราบข่าวต่างรู้สึกสูญเสีย พากันทิ้งก้อนข้าวเหนียวห่อใบไผ่ลงน้ำให้ฝูงปลากิน จะได้ไม่ไปกัดกินศพของชวีหยวน
เชื่อกันว่า เทศกาลตวนอู่ หรือเทศกาลบะจ่าง เป็นเทศกาลที่ผู้คนจัดรำลึกถึงชวีหยวน ทว่า จะว่าไปกำเนิดเทศกาลตวนอู่นั้น จากการศึกษาในยุคหลังพบว่า ประเพณีโยนก้อนข้าวเหนียวเพื่อเซ่นไหว้แม่น้ำ หรือ การล่องเรือมังกร มีหลักฐานมาก่อนเรื่องราวของชวีหยวน เรื่องนี้มีหลายสำนวน มีทั้งเรื่อง โกวเจี้ยน ซ้อมเรือมังกร เรื่องของหญิงกตัญญูเฉาเอ๋อร์ แต่ที่ดูจะใกล้เคียงกับเรื่องของชวีหยวน เกิดขึ้นก่อนเรื่องราวของชวีหยวน
นั่นคือ เรื่องของ หวู่ จื่อซวี 伍子胥 จอมทัพแคว้นอู๋ ที่พยายามทักท้วง หวางหวู่ ฟูไช. 吴王夫差 ไม่ให้หลงเสน่ห์ไซซี และให้ หวางหวู่ ฟูชา เข้าตีแคว้นเยว่ ก่อนจะถูกแคว้นเยว่ตี
สุดท้าย หวู่ จื่อซวี กลับถูก หวางหวู่ ฟูไช มอบกระบี่ให้ฆ่าตัวตาย ก่อนปลิดชีพตัวเอง หวู่ จื่อซี สั่งเสียว่าให้ดวงตาของเขาไปแขวนไว้ที่ประตูเมือง เขาอยากจะเห็นทัพแคว้นเยว่ มาถล่มแคว้นหวู่ ด้วยตาตัวเอง
สุดท้าย หวู่ จื่อซวี กลับถูก หวางหวู่ ฟูไช มอบกระบี่ให้ฆ่าตัวตาย ก่อนปลิดชีพตัวเอง หวู่ จื่อซี สั่งเสียว่าให้ดวงตาของเขาไปแขวนไว้ที่ประตูเมือง เขาอยากจะเห็นทัพแคว้นเยว่ มาถล่มแคว้นหวู่ ด้วยตาตัวเอง
คำสั่งเสียเข้าถึงหู หวางหวู่ ฟูไช ทำให้เขาโกรธมาก สั่งให้นำศพ หวู่ จื่อซวี ไปทิ้งลงแม่น้ำเฉียนถังเจียง 钱塘江 ชาวบ้านต่างพากันนำข้าวเหนียวห่อใบไผ่ทิ้งลงแม่น้ำให้ปลากิน แทนที่จะกัดกินศพของท่านหวู่ แต่กรณีท่านหวู่ จื่อซวี งมศพขึ้นมาได้แล้วชาวบ้านตั้งศาลที่ริมแม่น้ำนั่นเอง และมีพิธีรำลึกในวันที่ห้าเดือนห้า หรือตวนหวู่เจี๋ยนี่เอง
สันนิษฐานว่า พอเกิดกรณีชวีหยวนแล้ว ชาวบ้านก็ใช้ธรรมเนียมปฏิบัติเดียวกับที่มีผู้ทำพิธีเซ่นไหว้ บวงสรวง หวู่จื่อซวี ภายหลังเรื่องเล่าของชวีหยวน กลับ “ดัง” กว่า เลยกลายเป็นที่มาของเทศกาลบะจ่างแต่ผู้เดียวไปโดยปริยาย
วิวัฒนาการบะจ่าง ยุคแรกใช้ข้าวหลามแทนการห่อ
บะจ่าง หรือ จ้งจื่อ(粽子) ในยุคแรกใช้ข้าวฟ่าง เรียกว่า เจี๋ยวสู่(角黍) คำว่า จ้ง(棕) เดิมใช้อักษร 椶 พจนานุกรมสมัยราชวงศ์ฮั่น ซัวเหวินเจี๋ยจื้อ《説文解字》 อธิบายว่าหมายถึง ข้าวห่อใบอ้อ
ในเอกสารสมัยราชวงศ์ถังชื่อว่า ชูเสวียจี้《初學記》 มีข้อความอธิบายเพิ่มโดยอ้างอิง เอกสารสมัยราชวงศ์เหลียงชื่อ ซวี่ฉีเสียจี้《續齊諧記》ว่า ในวันที่5 เดือน5 คือวันที่ขุนนางภักดีนาม ชวีหยวน โดดน้ำตาย คนเซ่นไหว้ด้วยด้วย เจี๋ยวสู่(角黍) โดยทำอย่างข้าวหลาม คือเอา เจี๋ยวสู่ยัดใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วโยนลงน้ำ ในสมัยราชวงศ์ฮั่นมีคนนึงฝันเห็นวิญญาณ ชวีหยวน วิญญาณแจ้งว่า ของเซ่นไหว้ที่โยนลงน้ำโดนงู และ มังกรกิน เวลาเซ่นไหว้ให้เอาใบไผ่ ปิดปากกระบอกไม้ไผ่ ผูกด้วยเชือกสี งูและมังกรจะกลัวไม่กล้ากิน
ภายหลังคนก็ไม่ใช้ข้าวหลาม ขั้นตอนยุ่งยาก ต้องหากระบอกไม้ไผ่ เลยเปลี่ยนมาเป็นเอา ขนมจ้าง หรือ จ้ง(粽) ซึ่งเป็นข้าวห่อด้วยใบหน่อไม้น้ำสำหรับเซ่นไหว้ชวีหยวน ต่อมาจึงใช้ จ้ง ซึ่งเป็น ข้าวห่อใบอ้อ มาเซ่นไหว้แทนใบหน่อไม้น้ำ
-----------------------
-----------------------
ฉู่หยวน เขามา จากเมืองตาน หยาง รัฐฉู่ เขาอ้างว่าเป็น ลูกหลานของ จักรพรรดิ เกาหยาง หนึ่งในห้าจักรพรรดิแห่งยุคโบราณ เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นจั่ว ตู่ และเป็นเสนาบดีคนสนิทของกษัตริย์แห่งฉู่
ฉู่หยวนได้รับความไว้วางใจจากกษัตริย์หวยแห่งฉู่ และเป็นที่รู้จักในฐานะกวีเอกคนแรกของฉู่ เขาดำรงตำแหน่งเป็นปรมาจารย์แห่งสามตระกูลและมักหารือเรื่องการเมืองกับกษัตริย์หวยแห่งฉู่
เขาเสนอให้แคว้นฉู่ และ แคว้นฉีรวมกันเพื่อต่อต้านแคว้นฉิน และคัดค้านการกระทำของกษัตริย์หวยแห่งฉู่ที่เป็นมิตรกับแคว้นฉิน
หลังจากที่ หวางจ้าวเซียงแห่งฉินจับกุม หวางหวย แห่งฉู่ ฉู่หยวนก็ยังคงช่วยเหลือกษัตริย์ชิงเซียงแห่งฉู่ ต่อ ไป
เขาเสนอให้แคว้นฉู่ และ แคว้นฉีรวมกันเพื่อต่อต้านแคว้นฉิน และคัดค้านการกระทำของกษัตริย์หวยแห่งฉู่ที่เป็นมิตรกับแคว้นฉิน
หลังจากที่ หวางจ้าวเซียงแห่งฉินจับกุม หวางหวย แห่งฉู่ ฉู่หยวนก็ยังคงช่วยเหลือกษัตริย์ชิงเซียงแห่งฉู่ ต่อ ไป
ใน 293 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์ชิงเซียงแห่งฉู่ทรงวางแผนที่จะทำสนธิสัญญาสันติภาพกับฉินอีกครั้ง ฉู่หยวนตำหนิกษัตริย์ชิงเซียงแห่งฉู่และ จื่อหลานกษัตริย์ชิงเซียงแห่ง ฉู่ทรงพิโรธ ปรมาจารย์ แห่งวัง จิน ชาง กล่าวร้ายฉู่หยวนต่อหน้ากษัตริย์ชิงเซียงแห่งฉู่ ผลก็คือ ฉู่หยวนถูกขับไล่ออกจาก หยิง เมืองหลวงของฉู่ และถูกเนรเทศไปยังเจียงหนานที่ห่างไกลออกไป การเนรเทศครั้งนี้กินเวลานานถึงสิบแปดปี อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะการเนรเทศนี่เองที่ทำให้ฉู่หยวนได้ติดต่อกับผู้คนในระดับล่างของสังคมอย่างกว้างขวาง และยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นบ้านอันอุดมสมบูรณ์และมีชีวิตชีวาของรัฐฉู่ ส่งผลให้ผลงานชิ้นเอกอมตะอย่าง " หลี่เซา " ถือกำเนิดขึ้น [ 7 ]
ในปีที่ 21 แห่งรัชสมัยของพระเจ้าชิงเซียงแห่งฉู่ (278 ปีก่อนคริสตกาล) ฉินหวู่อาน จุน ไป่ฉีได้นำกองทัพเข้ายึดเมืองอิงตู ทำให้พระเจ้าชิงเซียงแห่งฉู่ต้องย้ายเมืองหลวง แม้ว่าฉู่หยวนจะคิดถึงอิงตูทั้งวันทั้งคืน แต่เขาก็ทุกข์ใจและเศร้าโศกมากเพราะถูกเนรเทศและไม่สามารถกลับไปราชสำนักเพื่อรับใช้ประเทศชาติได้[ 8 ]เมื่อเขามาถึงแม่น้ำแยงซี เขาได้เขียนบทกวี "หวยซ่า" เขาถือหินก้อนหนึ่งไว้ในอ้อมแขนแล้วกระโดดลงไปในแม่น้ำมิหลัวและเสียชีวิต[ 9 ] ธรรมเนียม การกินจงจี้ ในเทศกาลเรือมังกร ในรุ่น ต่อมา เป็นการระลึกถึงฉู่หยวน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น